4.1 Apostille คืออะไร และเหตุใดจึงสำคัญสำหรับเบนิน?
ประวัติและความสำคัญของอนุสัญญากรุงเฮก
ก่อนจะเข้าใจคำว่า Apostille เราต้องเข้าใจที่มาของมันก่อน นั่นคือ **"อนุสัญญากรุงเฮก ฉบับลงวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ. 1961 ว่าด้วยการยกเว้นการรับรองเอกสารสาธารณะของต่างชาติ" (Hague Convention Abolishing the Requirement of Legalisation for Foreign Public Documents)** หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า "Hague Apostille Convention" อนุสัญญานี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อลดขั้นตอนที่ยุ่งยากและซ้ำซ้อนของการรับรองเอกสารแบบดั้งเดิม (ที่เรียกว่า Legalization) ซึ่งต้องผ่านการรับรองจากสถานทูตของประเทศปลายทางอีกทอดหนึ่ง
แนวคิดหลักคือการสร้างมาตรฐานการรับรองที่เป็นหนึ่งเดียว หากประเทศต้นทางและปลายทางเป็นสมาชิกของอนุสัญญานี้ทั้งคู่ เอกสารที่ได้รับการรับรองด้วยตราประทับพิเศษที่เรียกว่า "Apostille" จากประเทศต้นทาง จะถือว่ามีผลสมบูรณ์และใช้งานได้ทันทีในประเทศปลายทาง
ความสำคัญต่อประเทศเบนิน
ประเทศเบนินได้เข้าเป็นภาคีของอนุสัญญานี้และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2020 ซึ่งหมายความว่าการนำเอกสารราชการหรือเอกสารที่ผ่านการรับรองจาก Notary Public ของไทยไปใช้ที่เบนินนั้น ไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการ Legalization ที่สถานทูตอีกต่อไป เพียงแค่ท่านได้รับตราประทับ Apostille จากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศของไทย ก็เพียงพอแล้ว นี่คือการแสดงถึงความเชี่ยวชาญของเรา (Expertise) ที่ทราบข้อมูลเฉพาะและทันสมัยนี้และสามารถแนะนำกระบวนการที่ถูกต้องและรวดเร็วที่สุดให้แก่ท่านได้
ลักษณะของตราประทับ Apostille
ตราประทับ Apostille มีรูปแบบที่เป็นมาตรฐานสากล เป็นกรอบสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีหัวข้อเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า "Apostille (Convention de La Haye du 5 octobre 1961)" และมีข้อมูลระบุ 10 ข้อ เช่น ประเทศที่ออก, ผู้ลงนาม, ตำแหน่ง, ตราประทับของหน่วยงาน, สถานที่, วันที่, หมายเลข, และลายมือชื่อของผู้ออก Apostille ซึ่งในประเทศไทย หน่วยงานเดียวที่มีอำนาจออกตราประทับนี้คือ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

















